“บ่อยาง” กับความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม

6 ม.ค. 2564

สังคมพหุวัฒนธรรม หมายถึง กลุ่มคนที่มีความหลากหลายของเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ วิถีชีวิต ความเชื่อ ศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณี หากพิจารณาสังคมบ่อยางจะเห็นความหลากหลายดังกล่าวปรากฏอย่างชัดเจน

ในบ่อยางประกอบด้วยบุคคล 3 เชื้อชาติ อันประกอบด้วย ชนเชื้อชาติจีน,ไทยและมุสลิม บุคคลทั้ง 3 เชื้อชาติมีประวัติศาสตร์การอยู่ร่วมกันเป็นเวลานานหลายร้อยปี ซึ่งหากศึกษาประวัติศาสตร์กว่าจะมาเป็นสังคมบ่อยางในปัจจุบันนี้สามารถแบ่งได้เป็น 3 ยุคที่สำคัญ คือ

  1. ยุคเมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดง
  2. ยุคเมืองสงขลาฝั่งแหลมสน
  3. ยุคเมืองสงขลาฝั่งบ่อยาง

สงขลายุคฝั่งหัวเขาแดง

ในยุคนี้ผู้ปกครองสงขลาจะเป็นยุคที่ผู้ปกครองเป็นชาวมุสลิม ซึ่งในขณะนั้นสงขลาในฐานะเมืองประเทศราชของกรุงอยุธยา ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นเมืองปากอ่าว ทำให้เหมาะที่จะเป็นเมืองท่ามีที่จอดเรือเพื่อการค้าขาย จึงทำให้ต่างชาติทำการติดต่อค้าขายและสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้สงขลาเป็นอย่างมาก ในสมัยนั้นชาวต่างชาติรู้จักสงขลาในนามเมืองซิงกอร่า แต่ชนพื้นเมืองเรียกว่าเมืองสิงขร

เมื่อสุลต่านสุไลมานถึงแก่อสัญกรรมมุสตาฟาร์บุตรชายได้ปกครองสงขลาต่อจากบิดาและอยุธยาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ทำการปรับรามเมืองสงขลาได้อย่างสำเร็จและได้ย้าย. เมืองสงขลามาตั้งฝั่งแหลมสนเมืองสงขลาฝั่งแหลมสนหลังจากการล่มสลายของสงขลาฝั่งหัวเขาแดงมีประชาชนส่วนหนึ่งได้สร้างเมืองอย่างง่าย ๆฝากแหลมสนโดยขณะนั้นสงขลาได้ถูกลดฐานะเป็นเมืองเล็ก ๆ เชิงเมืองบริวารของ ของพัทลุงและได้ และได้แต่งตั้งชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งขึ้นปกครองเป็นพระสงขลาในขณะนั้นมีชาวจีนผู้หนึ่งชื่อนายยังแซ่เฮาเสนอทรัพย์สินให้แลกกับสัมปทานผูกขาดรังนกเกาะสี่ เกาะห้าในทะเลสาบสงขลาและได้รับแต่งตั้งเป็นหลวงอินทคีรีสมบัตินายอากรรังนกเกาะสี่เกาะห้าต่อได้รับการแต่งตั้งเป็น หลวงสุวรรณคีรีสมบัติเจ้าเมืองสงขลาในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรีและได้ปกครองสงขลา ถึงแปดรุ่น ในสหสกุล ณ.สงขลา เมืองสงขลาฝั่งบ่อยาง ต่อมาเมื่อเมืองสงขลาได้เจริญขึ้นเมืองสงขลาฟังแหลมสนมีความคับแคบไม่เหมาะที่จะเป็นเมืองต่อไปในรัชกาลที่3 จึงโปรดย้ายเมืองจากฝั่งแหลมสนไปตั้งใหม่คือฟังบ่อยางโดยให้พระวิเชียรคีรี(เถี้ยนเส้ง)ได้ปกครองเมืองสงขลาบ่อยางจนถึงแกอสัญกรรมและสิ้นสุดสหสกุลนะสงขลาที่ปกครองเมืองสงขลาคือพระยาวิเชียรคีรี (ชม) เป็นผู้ว่าราชการเมืองสงขลาขึ้นตรงต่อข้าหลวงใหม่ประจำมณฑลนครศรีธรรมราช จากประวัติศาสตร์ของเมืองสงขลาจึงเห็นได้ว่าความหลากหลายของกลุ่มชนที่ดำเนินชีวิตในสังคมสงขลาสามยุคประกอบด้วยสามวัฒนธรรมได้แก่เชื้อสาย มุสลิมจะปกครองในสงขลาฝั่งเขาแดงเชื้อสายจีนจะปกครองสงขลาในฝั่งแหลมสนและในสมัยสงขลาฝั่งบ่อยางจะเป็นการล่าผู้ปกครอง

จากเมืองหลวงปกครองในระยะเวลาหลายร้อยปีของสงขลาจึงเป็นการอยู่ร่วมกันโดย การผสมผสาน 3 วัฒนธรรมเข้าด้วยกัน และสามารถพัฒนาบ้านเมืองได้เจริญรุ่งเรือง อันดูได้จากโบราณสถานที่หลงเหลืออยู่ และปัจจุบันบ่อยางยังคงดำรงความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมอันประกอบด้วยชนเชื้อชาติจีน ไทย และมุสลิม และสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ซึ่งสังคมพหุวัฒนธรรมในโลกของเรามีหลายๆสถานที่และหลายที่มีปัญหาในการอยู่ร่วมกัน ดังนั้นในสังคมพหุวัฒนธรรมบ่อยาง จึงควรอนุรักษ์ความเป็นสังคมบ่อยางให้คงอยู่และพัฒนาต่อไปสู่ความเจริญยิ่งขึ้น ซึ่งก็คงเป็นหน้าที่ของส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน ชุมชนทั่วไป โดยยึดหลักให้สามหลักผสมเกลียว เป็นหนึ่งเดียวในบ่อยาง

นิคม  จันพุ่ม

บทความที่เกี่ยวข้อง

“การศึกษา” และการก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

6 ม.ค. 2564

“บ่อยาง” กับความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม

6 ม.ค. 2564

“คนรุ่นใหม่” กับการเมืองในปัจจุบัน

6 ม.ค. 2564

‘กับดักความเหลื่อมล้ำ’ สู่ทางออกคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนเมือง

19 ธ.ค. 2563

"ก้าวไปข้างหน้า พัฒนาแบบมีส่วนร่วม"
© 2019-2021 ทีมนครสงขลาก้าวหน้า. ALL RIGHTS RESERVED.